ช่องทางรับฟังความคิดเห็น     คลังเอกสาร     คำถามที่พบบ่อย     ถาม-ตอบ      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี    

ตอนที่ 9 ฉลาดรู้ และ ฉลาดอยู่(เป็น)

Inspiration The Series

ฉลาดรู้ และ ฉลาดอยู่(เป็น)

พี่บีม ปกรณ์เกียรติ โม่คำ
ปกรณ์เกียรติ โม่คำ (พี่บีม)
อดีตนายกสโมสรนักศึกษา คณะบริหารศาสตร์ ปีการศึกษา 2566
"วิชาการทำให้เราฉลาดรู้ กิจกรรมทำให้เราฉลาดอยู่ (เป็น)"
สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน ผม "บีม - ปกรณ์เกียรติ โม่คำ" อดีตนายกสโมสรนักศึกษา คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2566 ครับ วันนี้ขอถอดหมวกผู้นำ มาแชร์ประสบการณ์ชีวิต "เด็กกิจกรรม" ตลอด 4 ปี กันครับ จากคนขี้อาย สู่ความฝันบนเวที เห็นผมทำกิจกรรมเยอะขนาดนี้ จริงๆ แล้วพื้นฐานผมเป็นคนขี้อายและพูดน้อยมากนะครับ แต่ด้วยความชอบที่มีมาตั้งแต่มัธยม พอได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ "ช่อกันเกรา" ในยุคโควิดที่ต้องปฐมนิเทศออนไลน์ ผมเห็นพี่เชียร์ลีดเดอร์ทำการแสดง วินาทีนั้นเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาทันทีว่า "สักวันเราต้องไปยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้" และนั่นคือจุดเริ่มต้นก้าวแรกในสนามจริงที่เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นที่จริงจังของผมครับ ก้าวแรกผู้นำ กับการฟื้นฟูกิจกรรมหลังโควิด เมื่อมหาวิทยาลัยเปิดเทอม ผมได้รับโอกาสแรกด้วยการเป็นประธานรุ่น ดูแลเพื่อนๆ รวมตัวผมเองกว่า 115 ชีวิต ก่อนจะขยับไปทำงานร่วมกับสภานักศึกษา และลงสนามเลือกตั้งจนได้เป็น "อุปนายกสโมสรนักศึกษา (ฝ่ายนอก)" ในปี 2565 ความท้าทายตอนนั้นคือต้องรื้อฟื้นกิจกรรมแบบ On-site กลับมาใหม่หมดหลังโควิด ทีมงานต้องเรียนรู้หน้างานใหม่ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เหนื่อยแต่สนุกและท้าทายมากครับ บทบาทที่ยิ่งใหญ่ กับ 5 หน้าที่ในคนเดียว พอขึ้นปีสูง แทนที่จะเพลาลง ผมกลับจัดหนักกว่าเดิม! ตัดสินใจลงสมัครจนปี 2566 ได้รับความไว้วางใจให้เป็น "นายกสโมสรนักศึกษาคณะบริหารศาสตร์" บอกตรงๆ ว่า งง!!! คนแบบเราเนี่ยนะ? แต่ด้วยพลังทีมเวิร์ค และคติ "งานคืองาน เล่นคือเล่น" บริหารคนด้วยใจ อยากให้เขาเป็นแบบไหนต้องเป็นให้เขาดู อยากให้เขาทำแบบไหนต้องทำให้เขาดู เป็นน้ำเย็นให้น้องๆ งานเลยออกมาเริ่ดทุกงาน ซึ่งช่วงนั้นชีวิตผมมีถึง 5 บทบาทที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งประธานรุ่น, นายกสโมฯ, ผู้นำเชียร์คณะ, ผู้นำเชียร์มหาวิทยาลัย และบทบาทที่สำคัญที่สุดคือ "นักศึกษา"
"อยากให้เขาเป็นแบบไหนต้องเป็นให้เขาดู
อยากให้เขาทำแบบไหนต้องทำให้เขาดู"
เรียนและกิจกรรม รอดมาได้ยังไง? มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า แล้วเรียนไปทำกิจกรรมไป เอาตัวรอดมาได้ยังไงเหรอครับ? เคล็ดลับคือ "เพื่อน" ครับ ขอบคุณเดอะแก๊งที่แบกกันมา (กราบ) ผมพยายามให้การเรียนมาที่ 1 เสมอ (แม้บางทีจะแอบไปท้ายๆ บ้าง อย่าหาทำนะครับ 555) แต่พอเรียนจบ ไปทำงานจริงถึงรู้เลยว่า... สกิลการเข้าสังคม การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม ที่ได้จากกิจกรรมเนี่ยแหละ คือ "อาวุธลับ" ที่ทำให้เราโดดเด่น และแน่นอนครับ ความลับของการที่ผมได้งานทำในวันนี้ มันคือผลลัพธ์จากการ "สะสมภาพลักษณ์" ประสบการณ์ และความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาจากการเป็นเด็กกิจกรรมนี่แหละครับ ที่ทำให้ผู้ใหญ่เชื่อมั่นในตัวเราตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน รางวัลที่ล้ำค่าที่สุด เมื่อมองย้อนกลับไป ผมอยากขอบคุณทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณทุกกิจกรรมและทุกเหตุการณ์ ที่เข้ามาทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรือความสำเร็จ ล้วนเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น สิ่งที่ผมได้รับจากการทำกิจกรรม ไม่ใช่แค่ทักษะการทำงาน แต่รางวัลที่ล้ำค่าที่สุดคือ "มิตรภาพ" และ "เครือข่าย" เราได้เพื่อนต่างสาขา ต่างคณะ ได้รู้จักพี่ๆ น้องๆ ในหลากหลายสายงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือต้นทุนชีวิตที่สำคัญมากในวันที่เราก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย
สุดท้ายนี้อยากฝากถึงน้องๆ ว่า...
"วิชาการจะทำให้เราฉลาดรู้ แต่กิจกรรมจะทำให้เราฉลาดอยู่ (เป็น)"

อยากเชิญชวนน้องๆทุกคน ออกมาใช้ชีวิตกันเถอะครับ ลองเปิดใจก้าวเข้ามาทำกิจกรรมดู ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่เริ่มจากสิ่งที่น้อง "ชอบ" แล้วน้องจะพบความสุขระหว่างทาง มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่ แล้วน้องจะพบว่าชีวิตในรั้ว ม.อุบลฯ มีค่ามากกว่าแค่ในห้องเรียนครับ